รายงานของ Reuters เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ระบุว่าเจ้าหน้าที่อิหร่านระดับสูงสองคนกล่าวว่า อิหร่านกำลังปรับชนิดและจังหวะของปฏิบัติการต่อเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยเริ่มใช้แนวทางใหม่ราว 10 วันก่อนหน้า เจ้าหน้าที่เหล่านี้บอก Reuters ว่าต้องการเพิ่มแรงกดดันต่อการเดินเรือและราคาน้ำมัน อย่างไรก็ตาม คำอธิบายเรื่องเป้าหมายและการตัดสินใจดังกล่าวมาจากแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อ จึงควรแยกออกจากข้อเท็จจริงเรื่องเหตุโจมตีที่หน่วยงานทางทะเลรายงาน

Reuters อ้างการวิเคราะห์จากแหล่งข่าวด้านความมั่นคงทางทะเลและเหตุที่รายงานต่อ UK Maritime Trade Operations (UKMTO) ว่า ในช่วง 48 ชั่วโมงก่อนการเผยแพร่ มีเหตุเกี่ยวข้องกับเรือบรรทุกน้ำมันและเรือพาณิชย์อย่างน้อย 5 ครั้งในบริเวณฮอร์มุซ รวมถึงเหตุโดรนโจมตี รายงานยังระบุว่าเหตุเกิดในพื้นที่กว้างกว่าช่องแคบ โดยมีข้อมูลเกี่ยวกับเรือในน่านน้ำใกล้กาตาร์และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ด้วย แต่ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าผู้ก่อเหตุได้รับการยืนยันในทุกกรณี

Associated Press รายงานเมื่อวันที่ 13 ตุลาคมว่า UKMTO แจ้งเหตุเรืออย่างน้อย 3 ลำถูกโจมตีด้วยวัตถุพุ่งชนที่ไม่ทราบชนิดในช่องแคบเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม และขณะรายงานยังไม่มีฝ่ายใดออกมาอ้างความรับผิดชอบ AP ยังอ้าง Institute for the Study of War ว่าอิหร่านอาจกำลังมุ่งเป้าไปยังเรือพาณิชย์ที่ถ่ายโอนน้ำมันระหว่างเรือ ซึ่งเป็นการประเมินของสถาบัน ไม่ใช่ข้อยืนยันจากหน่วยงานตรวจสอบอิสระ

Reuters ยังอ้างเจ้าหน้าที่ทหารสหรัฐฯ ที่ไม่เปิดเผยชื่อว่า หลังเรดาร์ของอิหร่านได้รับความเสียหาย กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอาจใช้เรือเล็กที่ไม่มีอาวุธเป็นจุดสังเกตเพื่อตรวจหาเป้าหมาย เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวถึงเหตุหนึ่งเมื่อสัปดาห์ก่อนที่เรือดังกล่าวถูกเผชิญหน้าและถูกทำลาย โดยระบุว่าไม่มีผู้เสียชีวิต ทั้งรายละเอียดนี้ยังเป็นคำกล่าวจากเจ้าหน้าที่รายหนึ่งและยังไม่มีข้อมูลยืนยันจากหลายฝ่ายในรายงานเดียวกัน

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญที่เชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับอ่าวโอมาน Reuters ระบุว่าก่อนเกิดสงคราม เส้นทางนี้รองรับการค้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวทั่วโลกราวหนึ่งในห้า การลดลงของเรือที่ผ่าน หรือค่าเบี้ยประกันภัยและค่าขนส่งที่สูงขึ้น จึงอาจส่งผลต่อการจัดส่งพลังงานและต้นทุนสินค้าในหลายประเทศ แม้ผลกระทบจริงจะขึ้นอยู่กับจำนวนเรือที่ยังเดินทางได้และเส้นทางสำรอง

ข่าวนี้กลับมาได้รับความสนใจเพราะรายงานล่าสุดกล่าวถึงทั้งความถี่ของเหตุเรือและการขยายพื้นที่เสี่ยงในช่วงเวลาใกล้กัน อีกทั้งการเดินเรือผ่านฮอร์มุซเชื่อมโยงกับราคาพลังงานและการค้าระหว่างประเทศโดยตรง ขณะเดียวกัน เหตุบางส่วนยังมีผู้ก่อเหตุไม่ชัดเจน จึงยังไม่ควรสรุปว่าเหตุทั้งหมดเป็นการโจมตีโดยฝ่ายเดียว หรือว่าช่องแคบถูกปิดแล้ว

สิ่งที่ควรติดตามต่อคือประกาศเหตุฉบับใหม่จาก UKMTO และศูนย์ข้อมูลความมั่นคงทางทะเลร่วม (JMIC) การตรวจสอบชื่อเรือและตำแหน่งเกิดเหตุ การยืนยันหรือปฏิเสธจากรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนจำนวนเรือและระดับความเสี่ยงที่บริษัทเดินเรือกับผู้รับประกันภัยประเมิน หากมีข้อมูลใหม่ ตัวเลขหรือการระบุผู้รับผิดชอบอาจเปลี่ยนแปลงได้

ข้อมูลในบทความนี้อ้างอิงรายงานที่เผยแพร่ถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2569 และแยกคำกล่าวของแหล่งข่าวนิรนามออกจากเหตุการณ์ที่หน่วยงานทางทะเลรายงาน